Thursday, July 28, 2011

Hawaii - Say Aloha to Hawaii~!


Hawaii - the Paradise on Earth~


รัฐฮาวาย (Hawaii) เป็นรัฐในสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในหมู่เกาะฮาวายในมหาสมุทรแปซิฟิก ฮาวายได้รวมเข้ากับสหรัฐอเมริกา เป็นลำดับสุดท้าย ลำดับที่ 50 ในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) โดยฮาวายตั้งห่างจากชายฝั่งสหรัฐอเมริกาประมาณ 3,700 กม. (2,300 ไมล์) แต่เดิมฮาวายถูกเรียกว่า "หมู่เกาะแซนด์วิช"(Sandwich Islands) ตั้งโดย เจมส์ คุก เมื่อล่องเรือมาพบเกาะ ในปี พ.ศ. 2321 (ค.ศ. 1778)

ฮาวายมีจำนวนประชากร 1,211,537 คน (พ.ศ. 2543) โดยมีโฮโนลูลู เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ ภาษาทางการของรัฐคือ ภาษาอังกฤษ และ ภาษาฮาวาย ฮาวายได้มีชื่อเล่นของรัฐว่า "รัฐอะโลฮา" (Aloha State) ซึ่งคำว่า อโลฮา เป็นคำทักทายในภาษาฮาวาย มีความหมายถึง "สวัสดี" และ "ลาก่อน"

            เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่สวยงามของฮาวาย ฮาวายจึงได้เป็นจุดที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์หรืออ้างอิงหลายแห่ง ปรากฏในภาพยนตร์ดังต่อไปนี้ ได้แก่Sexy auquarium,Indiana johnes,Jurassic Park, Waterworld, From Here to Eternity, George of the Jungle, 50 First Dates, Pearl Harbor,Blue Crush และ Lilo & Stitch 


โฮโนลูลู (อังกฤษ: Honolulu) เป็นเมืองหลวงรัฐและเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา แม้ว่า โฮโนลูลู จะหมายถึงเมืองที่ทอดตัวยาวไปตามชายฝั่งด้านทิศใต้ของเกาะ แต่โดยทั่วไปแล้วชื่อนี้มักเป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึงเกาะโอวาฮูทั้งเกาะ โฮโนลูลูมีความหมายในภาษาฮาวายว่า "อ่าวแห่งความสงบ" หรือ "สถานที่แห่งความสงบ" โดย "สงบ" ในที่นี้หมายถึง ความสงบจากเรื่องร้าย ๆ ต่าง ๆ ในชีวิตของผู้คนชาวเมือง


Tuesday, July 26, 2011

Texas - the Land of Diversity: People, Culture, History, and Landscapes

Texas - ตามรอยดินแดนของเหล่าคาวบอยในอดีต


Dallas

เมือง Dallas ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐ เท็กซัส ในสหรัฐอเมริกา, Dallas เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมเกือบ 400 ตารางไมล์ / 1,036 ตาราง กิโลเมตรและเป็นที่ตั้งของประชากรกว่า 1,000,000 คน Dallas เป็นศูนย์กลางขององค์กรชั้นนำและยังเป็นที่รู้จักดีในเรื่องของสถานที่ ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารชั้นเลิศ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมายอีกด้วย


สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมือง Dallas

The Dallas Aquarium (aka Dallas World Aquarium) - เป็นอควาเรียมขนาดใหญ่ มีอุโมงค์ใต้น้ำที่สวยงาม และนิทรรศการต่างๆ จัดรูปแบบออกมาหลากหลาย ทั้งป่าดิบชื้น ที่จำลองมาจากป่าในทวีฟแอฟริกาใต้ วัฒนธรรมการดำรงชีวิตของชาวแอฟริกาใต้และชนเผ่ามายา นักท่องเที่ยวสามารถดื่มดำกับบรรยากาศที่สุดแสนธรรมชาติและได้สัมผัสกับความเป็นอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองของแอฟริกาใต้ได้เป็นอย่างดี 


Dallas World Aquarium ศูนย์รวมพันธุ์สัตว์น้ำที่มีจุดเด่นของที่นี่


Water Parks Dallas มีสวนน้ำอยู่ 3 แห่ง มีแบบ Hawaiian Falls Water Parks อยู่ที่เมือง Garland และเมือง Colony แห่งที่ 3 เป็นแบบ Bahama Beach Water Park อยู่ที่ตอนใต้ของดาวน์ทาวน์ สวนน้ำของ Dallas เป็นสถานที่ฮอตฮิตสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงฤดูร้อนเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศชิวๆสไตล์ ฮาวาย เพราะสวนน้ำได้จำลองขึ้นมาราวกับว่าอยู่ที่ชายหาด ทะเลแสนสวย รับรองได้เลยว่าไปแล้วไม่ผิดหวังจริงๆ 


Bahama Beach Water Park หนึ่งในสถานที่สุดฮิตในการคลายร้อน


Six Flags Over Texas - เป็นสวนสนุกที่รวมเหล่าเครื่องเล่นหวาดเสียวน่าตื่นเต้นๆ เหมาะกับวัยรุ่นที่รักสนุกและชอบท้าทายในสิ่งแปลกใหม่ ตัวอย่างเครื่องเล่นที่ฮอตฮิต ได้แก่ Roller Coasters, Free-Fall Tower, Trains, และเครื่องเล่นอื่นๆ อีกมากมาย น้องๆสามารถใช้เวลาในช่วงวันหยุดในการไปเที่ยวสวนสนุกแห่งนี้ ได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศที่ครื้นเครง พบปะผู้คนมากมายสามารถอยู่ในสวนสนุกได้ทั้งวันโดยไม่มีเบื่อ น้องจะได้รับความประทับใจและประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ตื่นเต้นที่ยากจะลืมเลือนกลับมาอย่างแน่นอน


Six Flags ชื่อนี้การันตีึความมันส์และตื่นเต้นได้แน่นอน
เตรียมพบกับเมืองใหม่ๆใน Texas.....ที่นี่ เร็วๆนี้

Monday, July 25, 2011

Florida - Sea, Sand, Sunshine Under Palm Trees


Florida - ดินแดนนี้มีแต่ความสุข

มลรัฐฟลอริดา ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม รัฐแห่งสายลมและแสงแดด (Sunshine State) Florida มีแหล่งท่องท่องดังหลายแห่ง อาทิเช่น Universal Studio, Cape Canaveral (เป็นที่ตั้งของศูนย์อวกาศเคนเนดี และยานอวกาศส่วนใหญ่ของสหรัฐถูกส่งขึ้นจากฐานส่งจรวดที่นี่) และ Miami Beach และ Premium Outlet ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของอเมริกา



Miami - เป็นศูนย์กลางของธุรกิจ, การเงิน, สื่อสาร, บันเทิง, ศิลปะ, แฟชั่น และธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางนานาชาติในธุรกิจบันเทิง ท่าเรือไมอามี่นับเป็นศูนย์กลางของธุรกิจเรือสำราญของโลกอีกด้วย การเดินทางจาก Orlando มา Miami นั้นก็แสนง่ายโดยจองรถบัสตามโรงแรม ราคาจะประมาณ 70-100 เหรียญ เท่านั้น อีกอย่างบางทัวร์ยังสามารถเลือกไปเที่ยวสวนสนุกต่างเมืองได้อีกด้วย เช่น สวนสนุก Busch Garden  ที่เมือง Tampa งานนี้ต้องถูกใจคนที่ชื่นชอบความตื่นเต้นและหวาดเสียวแน่นอน 


Destin - เป็นเมืองพักตากอากาศที่มีชื่อเสียง มีโรงแรมชื่อดังมากมาย ถือได้ว่า Destin เป็นสวรรค์ของการพักผ่อนหย่อนใจ หรือที่เรียกว่า"The World’s Luckiest"เนื่องจากความสวยงามของชายหาดที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา สถานที่ดำน้ำดูปะการัง ดูปลาโลมาเล่นน้ำ และยังมีความหลากหลายของสถ​​านที่ช้อปปิ้ง Sandestin Outlet เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ Destin เป็นที่ตั้งหมู่บ้านชาวประมงของกองเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในรัฐฟลอริดาอีกด้วย


Panama City - เป็นเมืองพักตากอากาศที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีสถานที่พักโรงแรมที่มีชื่อเสียง ชายหาดที่ขาวสะอาด ไนท์คลับที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมลรัฐฟลอริด้า สวนสนุกมากมาย จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยววัยรุ่น


Pensacola - มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือ Pensacola Beach เป็นสถานที่มีกิจกรรมทางน้ำและอาหารรสเลิศ และยังมีแหล่งช๊อปปิ้ง Cordova Mall และ Pier Park สถานบันเทิงและท่องเที่ยวกลางคืนมากมาย ที่นี้จึงเป็นที่นิยมมากสำหรับวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวเมืองอื่นๆ











Friday, July 15, 2011

New York City - City Like Nowhere Else on Earth!

New York City - หลงใหลไปกับมหานครที่ไม่เคยหยุดนิ่ง



นครนิวยอร์ก หรือที่นิยมเรียกกันว่า นิวยอร์กซิตี (New York City; NYC) เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่เจริญที่สุดในโลก เป็นมหานครเอกของโลก จัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม บันเทิง ที่สำคัญที่สุดของโลก เป็นเมืองที่มี ตึกระฟ้า ตึกสูงมากที่สุดในโลก ตลอดระยะเวลา 150 ปี และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ อีกด้วย
นิวยอร์กตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย 5 เขตปกครองที่เรียกว่า โบโรฮ์ (Borough) คือ เดอะบรองซ์ บรูคลิน แมนแฮตตัน ควีนส์ และสแตตัน ไอส์แลนด์ ประชากรรวมทั้งหมดประมาณ 8,274,527 คน ภายในพื้นที่ 790 ตร.กม. นอกจากจะเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดแล้ว สัดส่วนพื้นที่ต่อประชากรยังถือว่าหนาแน่นที่สุดในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย




ลักษณะเฉพาะของนิวยอร์กที่แตกต่างไปจากเมืองแห่งอื่นของสหรัฐอเมริกา มีให้เห็นหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ระบบขนส่งที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่ ความเหมือนและความแตกต่างกันของประชากร ใน ค.ศ. 2005 มีภาษาประมาณ 170 ภาษาที่ใช้กันในเมืองแห่งนี้ และ 36% ของประชากรไม่ได้เกิดและโตในสหรัฐอเมริกา ระบบรถไฟใต้ดินนครนิวยอร์กที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง บวกกับการจราจรและผู้คนที่พลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา จึงมีคำเปรียบเปรยถึงนิวยอร์กว่าเป็น “เมืองที่ไม่เคยหลับใหล” ขณะเดียวกันเมืองแห่งนี้ยังมีชื่อเล่นอื่นๆ อีกด้วยอย่าง “กอร์ทเทม” (Gotham) และ “บิ๊กแอปเปิล” (Big Apple) 




สถานที่ท่องเที่ยวใน New York City


  • ย่านไทม์สแควร์(Times Square) เปรียบเสมือนศูนย์กลางของผู้คนและนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก เนื่องจากเป็นจุดสำคัญของการคมนาคม (Subway) และร้านค้าชื่อดังมากมาย อีกทั้งยังมี พิพิธภัณฑ์ Madame Tussauds, Ribley's Believe It Or Not!, Disney Store, Planet Hollywood, The Hard Rock Cafe New York และที่เที่ยวอีกเพียบที่บริเวณไทม์สแควร์นี้
  • สะพานบรู๊คลิน (Brooklyn Bridge) สะพานแขวนที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา ซึ่งได้เปิดใช้ในปีค.ศ. 1883 และได้รับการลงนามให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอุตสาหกรรมอีกด้วย 
  • สวนสาธารณะเซนทรัล พาร์ค (Central Park) ที่สวนสาธารณะยอดนิยมของคนนิวยอร์ก มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ความโด่งดังของสถานที่นี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากถึง 25 ล้านคนต่อปี อีกทั้งยังเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ดังๆหลายเรื่องมาแล้ว
  • Empire State Building ในอดีตเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก และปัจจุบันยังคงเป็นตึกที่สูงที่สุดในนิวยอร์ก ซึ่งมีทั้งหมด 102 ชั้น
  • Fifth Avenue ถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่ราคาแพงที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นศูนย์รวมแฟชั่นระดับโลก เช่น  Louis Vuitton, Tiffany & Co., Gucci, Prada, Bottega Veneta, Giorgio Armani, Fendi, Versace, Harry Winston, Cartier, Omega, Chanel และอีกมากมาย
  • Statue of Liberty หรือเทพีเสรีภาพเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกา และเป็นของขวัญที่ประเทศฝรั่งเศสได้มอบให้ในปีค.ศ. 1886 เพื่อสร้างมิตรภาพและฉลองการประกาศอิสรภาพจากประเทศอังกฤษ
  • นอกจากนี้ยังมีย่านดังๆอีกเพียบที่ควรไปเยี่ยมชม เช่น SoHo, Little Italy, Union Square, Chrysler Building, Met Museum, Herald Square, Wall Street, Madison Square Garden, Radio City, Yankee Stadium, Woodbury Outlets, South Street Seaport, Trinity Church, World Trade Center และอีกมากมาย 




References: http://www.wikipedia.com
                http://www.hostelworld.com

Monday, July 4, 2011

Los Angeles, CA - The City of Lights


Los Angeles, California - มหานครแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม




ลอสแอนเจลิส (Los Angeles) หรือที่รู้จักในชื่อ แอลเอ (L.A.) ตั้งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุดอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง ทางด้าน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการบันเทิง ลอสแอนเจลิสได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปะปนของวัฒนธรรมมากที่สุดในโลก เนื่องจากการอพยพของคนหลายเชื่อชาติ เนื่องจากลักษณะของอากาศที่อบอุ่นสบาย และลักษณะการเป็นอยู่ต่างๆ 

แหล่งท่องเที่ยวใน Los Angeles
  • ย่าน Downtown ในแอลเอ - เหมือนเป็นศูนย์รวมของหัวใจความเป็นแอลเอเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์กลางของโลกธุรกิจในย่าน Bunker Hill ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Walt Disney Hall Concert อีกด้วย ย่าน China Town, Little Tokyo  แหล่งรวมผู้คนเอเชีย นอกจากนี้ยังมี Thai Town และ Koreatown ที่ตั้งอยู่รอบนอกของ Downtown อีกด้วย 
  • ย่าน Hollywood Boulevard ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพื้นที่คนดังระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นถ่ายรูปกับรอยประทับมือที่ Grauman's Chinese Theater, Walk of Fame, Kodak Theater เป็นต้น
  • ตระเวนเที่ยวให้ทั่วที่ Beverly Hills, Santa Monica Pier, Farmers' Market, Venice Beach, Universal Studios, Pacific Theme Park, Six Flags, Getty Museum, Staples Center, L.A. Live และสถานที่เด่นๆ อีกเพียบ
  • ถ้ามีรถก็สามารถไปเที่ยวอย่างจุใจก็ยังได้เช่น Las Vegas, San Diego, San Francisco หรือแม้แต่ข้ามไปประเทศไปยัง Mexico!


North Dakota - Time to Get Some Fresh Air!


North Dakota - สัมผัสความบริสุทธิ์ ณ ดินแดนที่เหนือสุด

หลายคนคงเคยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้ากับชีวิตที่ต้องรีบเร่งตลอดเวลาในเมืองใหญ่ ผู้คนเบียดเสียด ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการจราจรที่แออัดบนท้องถนน เมื่อได้มาสัมผัสที่รัฐนอร์ท ดาโคต้า มุมมองใหม่ในการใช้ชีวิตจะเกิดขึ้น 


รัฐนอร์ท ดาโกต้า เป็นรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกาติดกับประเทศแคนาดา ชื่อรัฐตั้งชื่อตามอินเดียนแดงเผ่าดาโคต้า ที่ได้ตั้งรกรากบริเวณนั้นมาก่อน เมืองสำคัญในรัฐได้แก่้ บิสมาร์กซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ และฟาร์โก เมืองใหญ่ที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งของรัฐ

แม้หลายคนอาจมองว่ารัฐนอร์ท ดาโคต้าเป็นเมืองที่ห่างไกล ชนบท ไม่ Civilized เหมือนกับเมืองอื่นๆ ในอเมริกา แต่ในทางกลับกันเราจะได้สัมผัสความเป็นพื้นเมืองและมรดกทางวัฒนธรรมของอเมริกันชนอย่่างแท้จริง และจากข้อมูลของสถาบันปอดแห่งอเมริกาปี 2011 ได้จัดอันดับระดับโอโซนในอากาศให้กับเมืองบิสมาร์ก (Bismarck) รัฐนอร์ท ดาโคต้า เป็นอันดับ 1 จากเมืองหลวง ใน 50 รัฐของอเมริกา สำหรับความสะอาดของอากาศในเมือง เพราะฉะนั้นแม้ว่าพื้นที่แห่งนี้อาจถูกมองว่าเป็นที่ที่ห่างไกลความเจริญแต่ว่าสภาพแวดล้อมต่างๆของเมืองกลับเป็นรางวัลชีวิตให้แก่ผู้คนที่นี่ ชีวิตที่ใจเย็น ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ทำให้ไม่ต้องรีบเร่งและวุ่นวายดั่งเช่นชีวิตในเมืองใหญ่ เรียกได้ว่าแท้จริงแล้ว  ชีวิตที่นอร์ท ดาโคต้านั้น เป็นที่ที่ผู้คนเมืองในปัจจุบันต่างพากันเพรียกหา......ชีวิตที่ไม่ต้องรีบเร่ง........ชีวิตที่เดินช้าลง ณ นอร์ท ดาโคต้า


ค่าเฉลี่่ยอุณหภูมิต่ำสุด-สูงสุดของรัฐในแต่ละช่วงของปี
  • มกราคม - มีีนาคม : -14 C ถึง -7 C
  • เมษายน - มิถุนายน : 8 C ถึง 18 C
  • กรกฎาคม - กันยายน : 9 C ถึง 26 C
  • ตุลาคม - ธันวาคม : -7 C ถึง 8 C

ท่ิองเที่ยวและกิจกรรมต่างๆในรัฐนอร์ท ดาโคต้า
  • ทำกิจกรรมเพลิดเพลินเย็นสุดขั้วไปกับการเล่นสโนว์บอร์ด ปั้นตุ๊กตาหิมะ
  • เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Dakota Dinosaur Museum ในเมือง Dickinson 
  • เดินเล่นที่สวนสาธารณะในสไตล์สแกนดิเนเวียนที่ Scandinavian Heritage Park ในเมือง Minot  
  • เดินช้อปปิ้งที่ Dakota Square Mall ในเมือง Minot หรือ Kirkwood Mall ในเมือง Bismarck 
  • สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดที่ Theodore Roosevelt National Park เป็นต้น

Sunday, July 3, 2011

Washington, D.C. - Let's Take a Walk...




Washington D.C. - เมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเป็นเมืองหนึ่งที่มีการออกแบบผังเมืองได้อย่างสวยงามและเป็นระเบียบ เป็นที่ตั้งที่ทำการของรัฐบาล และสำนักงานองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญๆมากมาย ดังนั้นผู้คนและนักท่องเที่ยวต่างใฝ่ฝันที่จะได้มาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม ณ เมืองหลวงแห่งนี้


เมื่อพูดถึง วอชิงตัน ดี ซี สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงคงเป็น White house (ทำเนียบขาว) เป็นบ้านพักและที่ทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทำเนียบขาวเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของกรุงวอชิงตัน ดีซี แต่ความเป็นจริงแล้วในกรุงวอชิงตัน ดีซี นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายทั้งพิพิธภัณฑ์, อนุเสาวรีย์ต่างๆ, เดินชมเมืองในเทศกาล Cherry Blossom หรือย่าน Georgetown แหล่งแห่งความฝันของใครก็ตามที่มีความฝันอยากเรียนในสถาบันชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกา สถาปัตยกรรมต่างๆสวยงามแถมมีแหล่งชอบปิ้งอีกด้วยเพราะถนนทั้งเส้นในย่าน Georgetown นั้นเต็มไปด้วยสิ้นค้าแบรนด์เนมและห้างสรรพสินค้าต่างๆมากมาย ส่วนเรื่องการเดินทางสะดวกสบายด้วยระบบรถไฟใต้ดิน (Subway) และขนส่งมวลชน(Metro)ที่เป็นระบบอีกด้วย
Smithsonian Institution หนึ่งในสถาบันและพิพิธภัณฑ์ ที่ติดอันดับโลก   
Washington Monument สร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่
จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา
US Capitol ที่ที่ประธานาธิบดีกล่าวคำปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง





Friday, July 1, 2011

Virginia - Living in Williamsburg

·         


Colonial Williamsburgหลงใหลและดื่มด่ำไปกับธรรมชาติและประวัติศาสตร์



Colonial Williamsburg เป็นเมืองเขตประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในเมือง Williamsburg ซึ่งตัวตึก อาคารต่างๆ ได้สร้างขึ้นในสมัย ค.ศ. 1699 – 1780 ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวง ดังนั้นเราจึงยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย และวิถีชีวิตในอดีต ปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เพื่อสร้างให้เป็นเมืองในเชิงอนุรักษ์ท่องเที่ยวแบบอเมริกันพื้นเมือง ที่ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน เช่น การจำลองรูปแบบการแต่งกายในอดีต หรือไม่ว่าจะเป็นการแสดงทางทหารต่างๆ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวในอดีตของเมืองอันสงบแห่งนี้

            


บรรยากาศภายในตัวเมือง เราสามารถสัมผัสได้ถึงความสงบ ความเป็นธรรมชาติ และความเรียบง่ายของชีวิต ภาพของตึกอาคาร ที่เรียบง่ายห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ เสมือนอยู่ในห้องศิลปะของชีวิต ดังนั้น หากผู้ใดที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในชีวิตเมืองและค้นพบความเรียบง่ายของผู้คนอเมริกันในอดีต Colonial Williamsburg คือคำตอบของสถานที่นั้น